3 บทเรียนจาก Web Designer ที่ทำ Digital Product มา 10 ปี
ทุกวันนี้เวลาคุณไถฟีดไปเจอโพสต์ที่สอนหาเงินจากโลกออนไลน์ ก็คงจะหนีไม่พ้นกับคำว่า Digital Product ใช่มั้ยครับ?
ทำครั้งเดียวขายได้ไม่จำกัด นอนรอเงินเข้ากระเป๋าแบบ Passive Income ใช้ทุนน้อย ไม่มีความเสี่ยง แถมใคร ๆ ก็ทำได้ (อ่านแล้วก็มีไฟอยากจะมาขายบ้าง 555)
แต่ปัญหาก็คือ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คุณลองนึกภาพตามเอฟดูนะ มันจะมีอะไรในโลกที่ทำได้ง่าย ๆ รายได้ดี แถมไม่เสี่ยง? (โคตรขายฝันเลย)
เพราะงั้นวันนี้เอฟเอาด้านมืดของการทำ Digital Product มาฝาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เอฟสรุปมาจากคุณ Hamza Ehsan (Web Designer & Entrepreneur ประสบการ์ 10 ปี) บวกกับประสบการณ์ที่เอฟเคยล้มเหลวในการทำธุรกิจออนไลน์มาตลอด 2 ปี
เพราะงั้นเนื้อหาที่เขียนจะไม่เหมือนต้นฉบับ 100% แน่ ๆ ใครอยากฟังคลิปเต็ม ดูได้ที่นี่
ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลยว่า จะมีเรื่องอะไรบ้าง ที่พวกโค้ชเขาไม่บอกคุณ (แต่เชียร์ให้คุณไปซื้อคอร์ส)
1. Passive Income ไม่มีอยู่จริง (ในตอนเริ่มต้น)
คำว่า ทำครั้งเดียว ขายซ้ำได้ไม่จำกัด เป็นเรื่องจริงครับ แต่มันไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องทำงาน
การจะมี Passive Income ได้ มันต้องแลกมาด้วย Active Income ที่โคตรหนักมาก่อนเสมอ
ก็เหมือนนักเขียนหนังสือ Best Seller ก่อนที่หนังสือจะหาเงินให้เขาได้ ก็ต้องทุ่มเทเวลาเขียนและแก้งานอยู่หลายปี เขาไม่ได้นอนอยู่เฉย ๆ แล้วมีปุ่มวิเศษ เสกเงินเข้าบัญชีได้ซะหน่อย 555
2. ทำไมคนส่วนใหญ่ทำแล้วเจ๊ง?
ข้อดีของ Digital Product ตามทฤษฎีคือ
- ต้นทุนแทบจะเป็น 0 (ถ้าไม่นับเวลา)
- สเกลง่าย ขายได้ทั่วโลก
- ความเสี่ยงต่ำ พลาดก็แค่เริ่มใหม่
แต่ในโลกความจริงคือ คนส่วนใหญ่ทำแล้วเจ๊ง เพราะไม่เข้าใจว่าสินค้าที่ทำ มันแก้ปัญหาผิดประเภท ปัญหาในโลกนี้มี 2 แบบครับ
- Must-Solve (ต้องแก้): ปัญหาที่ถ้าไม่แก้จะเดือดร้อน เช่น Template สัญญาเช่า, Resume สมัครงาน
- Nice-to-Solve (อยากแก้): ปัญหาที่มีก็ดี ไม่มีก็ได้ เช่น Sticker LINE สวย ๆ
คนส่วนใหญ่เจ๊งเพราะมัวแต่ไปทำของที่คนแค่ อยากได้ แต่เขาไม่ได้ จำเป็นต้องมี
คนจะยอมจ่ายเงินง่ายที่สุด เมื่อสิ่งนั้นมีผลโดยตรงกับ รายได้ หรือ เวลา ของเขาครับ
3. อย่าสร้างจนเสร็จ ถ้ายังไม่มีลูกค้า
ความผิดพลาดมาก ๆ ที่เอฟเคยทำคือ (และไม่อยากให้คุณเจอเหมือนกัน) ใช้เวลาหลายเดือนเพื่อสร้างสินค้า แล้วค่อยเปิดตัวหาคนซื้อ
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เงียบกริบ ไม่มีลูกค้าสักคน 5555 ก็แหงล่ะ ใครมันจะไปยอมซื้อของจากคนที่ไม่รู้จัก แถมไม่มีชื่อเสียง
เพราะงั้นท่าที่ได้ผลดีที่สุดคือ ขายตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ และเริ่มสร้างฐานแฟน (Audience) ไปพร้อมกับวันที่คุณเริ่มคิดไอเดีย
ข้อดีคือคุณจะรู้ตั้งแต่วันแรก ๆ เลยว่า ไอเดียนี้จะ รอด หรือ ร่วง แถมยังได้ Feedback จากว่าที่ลูกค้าจริง ๆ เอามาพัฒนาสินค้าให้ตรงใจเขาที่สุด
หรือถ้าดูท่าจะไม่รอด คุณจะได้รีบเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ไม่ต้องเสียเวลาฟรีเป็นปี ๆ
สรุปแบบหล่อเท่
การทำ Digital Products สำหรับเอฟ เป็นเครื่องมือที่ โคตรโกง สำหรับพนักงานประจำ ที่ฝันอยากจะมีธุรกิจของตัวเอง แต่ทุนน้อยและรับความเสี่ยงได้จำกัด
เพราะธุรกิจสมัยก่อนมันต้องใช้ทุนหนา พอพลาดมาทีเจ็บหนัก แต่ยุคนี้ Digital Product ทำให้เราล้มแล้วลุกใหม่ได้ไวขึ้น
แต่มันก็ไม่ได้แปลว่า ง่าย นะครับ อย่าไปเชื่อพวกที่บอกว่าจะหาเงินล้านได้ใน 7 วัน คนที่เอฟเอาเรื่องมาเล่าวันนี้ เขาใช้เวลา 10 ปี ส่วนเอฟเองก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะจับทางได้
ทุกอย่างต้องใช้เวลา และมันไม่มีหรอกคำว่ารวยเร็ว
ถ้าคุณไม่อยากลองผิดลองถูกเองอีกหลายปี เอฟสรุปวิธี หาเงินหมื่นแรก วิธีหาปัญหาแบบ Must-Solve ให้เจอ ไว้ในคู่มือที่เอฟตั้งใจเขียนมาก ๆ เล่มหนึ่งชื่อว่า (เขียนด้วยมือ 100% ไม่มี AI สักบรรทัด)
OPB's Missing Manual (คู่มือการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียวที่หายไป)
เล่มนี้รวมสูตรลัดและบทเรียนที่เอฟเจ็บมาจริง ๆ เพื่อให้คุณไม่ต้องไปหลงทางซ้ำแบบที่เอฟเคยเป็น
ราคาพรีออเดอร์ตอนนี้แค่ 498 บาท (ถูกกว่าเลี้ยงชาบูเพื่อนแค่มื้อเดียวเองครับ) ตอนนี้เอฟเขียนไปแล้ว 60% ซื้อวันนี้เข้าอ่านเนื้อหาได้ทันที ส่วนที่เหลือจะอัปเดตให้อัตโนมัติทุกสัปดาห์จนครบ (และราคาจะปรับขึ้นเมื่อเนื้อหาครบนะครับ)
ใครสนใจอยากเริ่มแบบถูกทิศทาง ดูรายละเอียด OPB's Missing Manual ที่นี่