กลับ Blog
Blog Post · Mindset

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณยังอยากทำสิ่งที่ทำอยู่มั้ย?

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณยังอยากทำสิ่งที่ทำอยู่มั้ย?

นี่คือสุนทรพจน์ที่ Steve Jobs กล่าว ในพิธีจบการศึกษาของ Stanford เมื่อปี 2005 ที่ไม่ได้พยายามสอนสูตรสำเร็จอะไรเลย เขาแค่เล่า 3 เรื่องจากชีวิตตัวเอง แต่พอฟังจบแล้วมันกลับรู้สึกว่า

นี่ไม่ใช่แค่คำพูดของคนที่ประสบความสำเร็จ แต่มันคือข้อคิดเรื่องชีวิต ที่คนทำงานทุกคนควรได้ฟังสักครั้ง เอฟเลยอยากหยิบมาเล่าให้เพื่อน ๆ ในเพจฟังครับ

1. การเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ

Steve Jobs บอกว่า การลาออกจาก Reed College หลังเรียนไปได้แค่ 6 เดือนแรก เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากในตอนนั้น แต่พอมองย้อนกลับไป มันกลับกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจ ที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา เพราะทันทีที่ลาออก

เขาก็ไม่ต้องเรียนวิชาบังคับ ที่ตัวเองไม่ได้สนใจอีกต่อไป และได้แวะไปเรียนวิชา ที่รู้สึกว่าน่าสนใจกว่า หนึ่งในนั้นคือวิชาคัดลายมือ Steve บอกว่าตอนนั้น เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่ามันจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้

แต่ 10 ปีต่อมา ตอนที่พวกเขากำลังออกแบบ คอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก ทุกอย่างที่เขาเคยเรียนมา กลับย้อนมาเชื่อมกันพอดี ถ้าเขาไม่เคยลาออก แล้วไม่แวะไปเรียนวิชาคัดลายมือนั้น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ก็อาจไม่มีตัวอักษรสวย ๆ แบบที่เราเห็นกันทุกวันนี้ บางทีสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ มันอาจยังไม่เห็นความหมายในวันนี้ แต่วันหนึ่งมันอาจกลายเป็น จุดสำคัญที่เชื่อมทุกอย่างเข้าหากันก็ได้

2. ความรักและการสูญเสีย

Steve บอกว่าเขาโชคดีมาก ที่เจอสิ่งที่ตัวเองรักตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเริ่มต้น Apple ในโรงรถบ้านพ่อแม่ ตอนอายุ 20 ปี ช่วงนั้นเขาทำงานหนักมาก และในเวลา 10 ปี Apple ก็เติบโตจากคนแค่ 2 คนในโรงรถ

กลายเป็นบริษัทมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ที่มีพนักงานมากกว่า 4,000 คน แล้ววันหนึ่ง เขาก็ถูกไล่ออก สิ่งที่เคยเป็นเหมือน ศูนย์กลางของชีวิตเขาทั้งหมด ก็หายไปในพริบตา เขาใช้เวลาอยู่หลายเดือน โดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ

แต่สุดท้ายการที่เขาโดนไล่ออก ก็กลายเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้น ความกดดันของการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ถูกแทนที่ด้วยความสบายใจ และได้กลับมาเป็นมือใหม่อีกครั้ง มีอิสระและมีเวลาที่จะสร้างสรรค์

ผลงานที่ดีที่สุดในชีวิตอย่างNeXT และ Pixar และในเวลาต่อมา Pixar ก็กลายเป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชัน ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก Steve เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้เขายังเดินต่อไปได้ แม้จะเจอปัญหาและความล้มเหลว

ก็คือการได้ทำในสิ่งที่เขารัก เขาบอกว่า ถ้าตอนนี้คุณยังหามันไม่เจอ ก็ให้มองหาต่อไป อย่าหยุด เพราะงานของคุณ จะกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของชีวิต และทางเดียวที่จะรู้สึกว่า ชีวิตนี้มันใช่จริง ๆ คือการได้ทำงานที่คุณเชื่อว่า

มันยอดเยี่ยมจริง ๆ และทางเดียวที่จะทำงานแบบนั้นได้ ก็คือการรักในสิ่งที่คุณทำ

3. ความตาย

ตอน Steve อายุ 17 ปี เขาเคยอ่านคำคมหนึ่งที่บอกว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตแต่ละวัน เหมือนมันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต สักวันหนึ่ง คุณจะต้องถูกแน่ ๆ เพราะแบบนั้น ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา เขาเลยมองกระจกทุกเช้า แล้วถามตัวเองว่า

ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขาจะยังอยากทำสิ่งที่กำลังจะทำในวันนี้อยู่มั้ย Steve บอกว่าเวลาที่เราเผชิญหน้ากับความตาย

  • ความคาดหวังจากคนอื่น
  • ความภูมิใจ
  • ความกลัวว่าจะล้มเหลว
  • หรือความกลัวว่าจะดูแย่

สิ่งพวกนี้มันจะเล็กลงทันที การไม่ลืมว่าสักวันเราต้องตาย คือวิธีที่ดีที่สุดที่เขารู้จัก ในการหลีกเลี่ยงกับดักของความคิด ว่าเรายังมีอะไรให้เสียมากมาย เพราะสุดท้ายแล้ว มันไม่มีเหตุผลเลย

ที่จะไม่เดินตามสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ เวลาของเรามีจำกัด อย่าเสียมันไปกับการใช้ชีวิต ในแบบที่คนอื่นอยากให้เราเป็น อย่าปล่อยให้ความคิดเห็นของคนอื่น กลายเป็นเสียงรบกวน ที่ดังกลบเสียงในใจของเราเอง

จงกล้าพอที่จะเดินตามหัวใจ และเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

สรุปแบบหล่อเท่

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่อง ที่เอฟไม่อยากสรุปให้มันสั้น ๆ หรือเติมความคิดตัวเองลงไปเลย เพราะมันเป็นข้อคิดจากชีวิตจริง ของคนที่ผ่านทั้งความสำเร็จ ความล้มเหลวชีวิตมาจริง ๆ แต่ถ้าจะหยิบแก่นออกมา

มันน่าจะมีอยู่ 3 ข้อนี่ครับ

  1. ประสบการณ์ที่วันนี้ดูไม่เกี่ยวกัน วันหนึ่งมันอาจกลายเป็นจุดสำคัญในชีวิตเรา
  2. ความล้มเหลวบางครั้งก็ไม่ได้แปลว่าเราพัง แต่มันอาจพาเราไปเจอทางใหม่ที่ดีกว่าเดิม
  3. ชีวิตสั้นเกินกว่าจะใช้มัน ไปกับทางที่เราไม่ได้เลือกเอง

ถ้าใครอ่านแล้วชอบ แล้วอยากไปฟังคลิปเต็ม เอฟแปะ คลิปเต็มไว้ให้ที่นี่ นะครับ

เอฟ
เอฟ
@nattphum

บันทึกการเรียนรู้ AI, Automation และการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว