กลับ Blog
Blog Post · AI

ถ้านักธุรกิจที่หาเงินล้านได้ตอนอายุ 21 ต้องเริ่มสร้างตัวใหม่จาก 0 ในยุค AI

ถ้านักธุรกิจที่หาเงินล้านได้ตอนอายุ 21 ต้องเริ่มสร้างตัวใหม่จาก 0 ในยุค AI

หลาย ๆ คนคิดว่าในยุค AI เราสามารถใช้ AI ทำงานแทนคนได้ทุกอย่าง แล้วก็รวยคนเดียวได้เลย แต่คุณ Daniel Priestley นักธุรกิจที่สร้างยอดขายระดับล้านเหรียญ ได้ตั้งแต่ตอนอายุ 21 ปี และผู้ก่อตั้ง Dent Global บริษัท Accelerator

ที่ปั้นนักธุรกิจมาแล้วกว่า 3,000 คนทั่วโลก เขาแนะนำว่ายิ่งมี AI เก่งมาเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งต้องเก่งเรื่องการสร้างทีมด้วย แต่เหตุผลคืออะไร? ไปติดตามต่อได้ในเนื้อหากันเลยครับ

1. ปัญหาใหญ่ของคนทำธุรกิจ

ไม่ใช่คุณทำงานไม่หนัก แต่คุณทำทุกอย่างคนเดียว ถ้าคุณเป็นทั้งเซลส์ ทั้งคนทำคอนเทนต์ ทั้งคนส่งมอบงาน หรือแม้แต่ทำเอกสารด้วยตัวเอง ธุรกิจจะตันเร็วมาก ซึ่งสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด คือคิดว่า เดี๋ยวมีเงินมากพอ

ก็ค่อยไปจ้างคนมาช่วยก็ได้ แต่ในโลกความเป็นจริง มันมักจะสวนทางกัน Daniel บอกว่า คุณต้องมีทีมก่อน แล้วค่อยช่วยกันสร้างรายได้ให้มากพอ ถ้าคุณทำทุกอย่างเอง ธุรกิจจะโตตามแรงที่คุณมี แต่ถ้าคุณมีทีมที่แยกบทบาทชัด

ธุรกิจจะโตตามระบบที่สร้างไว้

2. ทีมเล็กที่ดีในยุค AI

ถ้าจะเริ่มสร้างทีมเล็ก ๆ ให้เริ่มจาก 4 บทบาทนี้ก่อน ไม่ต้องตั้งชื่อตำแหน่งเท่ ๆ ไม่ต้องมีออฟฟิศใหญ่โต แต่ละคนมีหน้าที่ชัดเจนก็พอ

[1] influential person

คนที่ทำหน้าที่สร้าง attention ที่มีคุณภาพ และเป็นหน้าเป็นตาของธุรกิจ เช่น เป็นคนออกไปพูด อยู่ในคอนเทนต์ ออกรายการ หรือเขียนหนังสือ เพื่อสื่อสารแนวคิดของแบรนด์ให้ชัดเจน ตัวชี้วัดสำคัญคือ

  • จำนวนคนที่รู้จักคุณ
  • จำนวนคนที่รู้จักคุณและมีอำนาจตัดสินใจ
  • จำนวนคนที่เชื่อใจคุณ
  • คุณภาพของ attention ที่ดึงเข้ามาได้

เพราะมันต้องไม่ใช่แค่การดัง แต่ต้องเป็นการมีอิทธิพลต่อธุรกิจจริง ๆ ดึงความสนใจที่มีคุณภาพ และดึงคนที่ใช่สำหรับธุรกิจเข้ามาด้วย ถ้าดังมาก ๆ แต่ไม่มีอิทธิพลอะไรเลย ต่อให้มีคนติดตามเยอะแค่ไหน ก็ทำให้ธุรกิจโตไม่ได้ครับ

[2] head of growth

คนที่ทำหน้าที่แปลง high-quality attention ให้กลายเป็นรายได้ รับผิดชอบเรื่องการหา lead สร้าง marketing campaign พาคนเข้าสู่การนัดคุย นำเสนอคุณค่า และปิดการขายจริง พูดง่าย ๆ คือ เขาดูแลเส้นทางจาก “คนเริ่มสนใจ” ไปจนถึง

“ลูกค้าควักเงินซื้อ” ตัวชี้วัดสำคัญคือ

  • จำนวน leads
  • จำนวนคนที่ยอมนัดคุย
  • จำนวนครั้งที่ได้ present ข้อเสนอ
  • จำนวนยอดขายที่ปิดได้

หรือถ้าจะจำง่าย ๆ ก็ดูผ่านกรอบ LAPS

  • Leads
  • Appointments
  • Presentations
  • Sales

สิ่งที่ AI เข้ามาช่วยคนตำแหน่งนี้ได้มากคือ

  • สร้าง landing page ได้เร็วขึ้น
  • ทำแคมเปญการตลาดได้ไวขึ้น
  • ทำคอนเทนต์หรือโฆษณาได้หลายเวอร์ชัน
  • ใช้ระบบ automation มาช่วยงานขาย
  • ช่วย follow-up คนที่ยังไม่ซื้อได้เป็นระบบขึ้น

หน้าที่ของเขาคือ แปลง attention ที่ influential person ดึงเข้ามาได้ ให้กลายเป็น conversion ให้ได้มากที่สุด

[3] head of excitement

คนที่ทำหน้าที่ให้ลูกค้ารู้สึก ดีใจที่เลือกซื้อสินค้าจากทีมคุณ เช่น

  • ทำให้สินค้า/บริการใช้งานได้ดีขึ้น
  • ตอบคำถามลูกค้า
  • แก้ปัญหาเบื้องต้นให้ลูกค้า
  • ทำให้สิ่งที่สัญญาไว้ ถูกส่งมอบจริง
  • สร้างประสบการณ์ดี ๆ ที่ทำให้ลูกค้าอยากบอกต่อ

คนนี้ไม่ได้ดูแค่หลังการขาย แต่ดูทั้งฝั่งประสบการณ์ลูกค้า และคุณภาพของสิ่งที่ลูกค้าได้รับ ตัวชี้วัดสำคัญคือ Net Promoter Score คะแนนที่ใช้วัดว่าลูกค้าพอใจเรามากพอ จนอยากบอกต่อหรือยัง เพราะธุรกิจที่ดีจริง ไม่ใช่แค่ขายได้

แต่ต้องมีลูกค้าที่อยากแนะนำต่อ และกลับมาซื้อซ้ำด้วย

[4] High-Level Agency Generalist

เป็นหน้าที่ที่หลายคนมองข้าม แต่สำคัญมาก ๆ เพราะนี่คือคนที่ทำได้หลายเรื่อง อยู่ในระดับที่ดีมากพอ จะพาธุรกิจเดินต่อได้ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องด่วน หรือเจอปัญหาจุกจิกขึ้นมา เช่น

  • ช่วยงานขายได้
  • ต่อ automation พื้นฐานได้
  • ใช้เครื่องมือ AI ได้คล่อง
  • จัดการระบบหลังบ้าน การเงิน เอกสารได้
  • ช่วยประสานงานในทีมได้
  • จัดลำดับความสำคัญของงานได้

คนแบบนี้อาจไม่ได้เก่งสุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เก่งพอในหลาย ๆ เรื่อง และยิ่งสำหรับทีมเล็ก คนแบบนี้จะมีค่ามาก ๆ ครับ

3. สิ่งที่หลายทีมมองข้าม

ต่อให้มีคนครบทั้ง 4 บทบาท แต่ถ้าไม่มีการคุยกันที่มากพอ ทีมก็อาจจะดูเดินหน้าได้ แต่เดินไปคนละทิศเลย สิ่งที่ Daniel เน้นมากคือ ทีมเล็กต้องมีจังหวะการทำงานที่ชัดเจน อย่างน้อยก็ควรมี

  • การคุยกันทุกต้นสัปดาห์

เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าอาทิตย์นี้เป้าคืออะไร

  • การอัปเดตกันระหว่างสัปดาห์

เพื่อไม่ให้ปัญหาเก่า ๆ ถูกปล่อยค้าง

  • การสรุปช่วงปลายสัปดาห์

เพื่อดูว่าอะไรเสร็จ อะไรไม่เสร็จ และมีอะไรต้องปรับบ้าง และอีกอย่างที่สำคัญมากในยุค AI คือ การเอา AI มาใช้เป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ช่วยหาไอเดียว่าควรทำอะไรต่อ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ หรือหามุมมองที่แตกต่างจากที่คุณคิด เช่น

  • ถอดสรุปการประชุม
  • ช่วยจับประเด็นที่ทีมมองข้าม
  • ช่วยดูว่าคอขวดของทีมอยู่ตรงไหน
  • ช่วยสรุปว่าอาทิตย์หน้าควรโฟกัสอะไร

เพราะสุดท้าย AI ไม่ได้ทำให้เราไม่ต้องมีทีม แต่มันทำให้ ทีมเล็กที่วางคนไว้ถูกตำแหน่ง ไปได้เร็วกว่าเดิมมาก

4. จ้างคนให้ถูกจังหวะ

เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะหลายคนคิดว่า เดี๋ยวรอให้ธุรกิจพร้อมก่อน ค่อยจ้างคนก็ได้ แต่คุณ Daniel บอกว่า ในโลกจริงมันมักไม่เป็นแบบนั้น หลายครั้งคุณต้องจ้างคนก่อน แล้วค่อยช่วยกันสร้างรายได้ ให้มากพอจะรองรับทีมนั้น

เพราะถ้ารอให้ทุกอย่างพร้อม ธุรกิจก็มักโตไม่ทัน แต่การจ้างคน ก็ไม่ใช่แค่หาคนเก่งเข้ามา ต้องหาคนที่เหมาะกับธุรกิจตอนนี้ด้วย เช่น

  • รับมือกับความไม่ชัดเจนได้
  • เรียนรู้เร็ว
  • ปรับตัวเก่ง
  • พร้อมทำหลายอย่าง
  • เข้าใจว่าทีมเล็กต้องช่วยกันแบก

และเมื่อรับเข้ามาแล้ว ต้องตั้งความคาดหวังให้ชัดตั้งแต่วันแรก เช่น

  • บทบาทนี้ต้องรับผิดชอบอะไร
  • วัดผลจากตัวเลขไหน
  • ช่วง 2-3 เดือนแรกคาดหวังผลงานระดับไหน
  • ถ้าไปต่อกันได้จะโตยังไง
  • ถ้าไม่เหมาะจะจบกันแบบไหน

เพราะการจ้างคนที่ดี ไม่ใช่แค่รับคนเข้ามา แต่คือการทำให้ทั้งสองฝ่าย รู้ตั้งแต่ต้นว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ และจะวัดผลงานกันที่อะไรบ้าง

สรุปแบบหล่อเท่

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าเอฟเขียนยาวเกิน จำไม่ได้ เอฟสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ใน 4 บรรทัดเลย

  • Influential Person ทำให้คนที่ใช่รู้จักและสนใจเรา
  • Head of Growth เปลี่ยนความสนใจนั้นให้กลายเป็นยอดขาย
  • Head of Excitement ทำให้ลูกค้าพอใจจนบอกต่อและกลับมาซื้อซ้ำ
  • Generalist ทำให้ทุกอย่างหลังบ้านยังเดินต่อได้

ในยุค AI ที่เราเลื่อนฟีดบนแพตฟอร์มไหน ก็เห็นแต่ข่าว AI จะมาแทนที่บ้าง จะโดนเลิกจ้างบ้างละ เอฟพึ่งเห็นคลิปสอนจ้างงานคน 555

เพราะงั้นถ้าใครชอบเนื้อหาที่เอฟเขียน และอยากไปฟังคลิปต้นฉบับที่คุณ Daniel ทำไว้ ดูได้ที่นี่ นะครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาตลอดเลยครับ

เอฟ
เอฟ
@nattphum

บันทึกการเรียนรู้ AI, Automation และการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว