กลับ Blog
Blog Post · Vibe Coding

ทำไม Vibe Coding คือหายนะที่ Senior Devs เห็น แต่คุณไม่

ทำไม Vibe Coding คือหายนะที่ Senior Devs เห็น แต่คุณไม่

ช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่ Claude Code ไม่ก็ Vibe Coding เต็มไปหมด แถมเจอ Hook ขายฝันว่า แค่พิมพ์ Prompt นี้ ก็ทำเว็บเสร็จได้ใน 5 นาที

ในโลกความจริง ทำเสร็จ ≠ ทำดี มันอาจจะใช้ได้ตอนทดสอบ แต่พอขึ้น Production จริง ลูกค้าใช้ปุ๊ปอาจจะ Error รัว ๆ ก็ได้

เพราะงั้นวันนี้เอฟเลยมาป้ายยา Mental Model สำหรับการใช้ AI ให้เก่งกว่าคน 99% จากคุณ Owain Lewis แกเป็น software engineer 20 ปี และเคยเป็น Director of Engineering ด้วย

Claude Code, Cursor, Codex, Gemini CLI และเครื่องมือ AI เขียนโค้ดอีกมากมายที่มีแต่คนบอกว่าดี แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่เครื่องมือที่ทำงานเหมือนกันตาม Prompt ที่คุณพิมพ์ลงไป เพราะงั้นเคล็ดลับมันไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ

แต่มันคือการใช้ Workflow การทำงานจริงที่บริษัทระดับโลกอย่าง Google, Amazon ก็ใช้ และ AI ก็ไม่ได้มาแทนที่กระบวนการทำงานนี้

แต่มันมาช่วยเร่งในทุกขั้นตอนให้เราทำงานเสร็จไวขึ้น

เพราะงั้นนี่คือ 7 ขั้นตอนที่จะทำให้คุณเลิกหลงทาง และหักกลับมาใช้ AI ได้โปรขึ้นแบบ 300% ครับ

1. Requirements (คิดก่อนทำ)

ก่อนที่จะบอก AI ให้สร้างอะไร อย่าพึ่งใจร้อนรีบสั่ง ๆ มันไปเลย ให้ AI ช่วยคิดและรีเสิร์ชข้อมูลก่อน อย่าลืมว่าคุณสามารถใช้มันช่วยเขียน PRD และเสก Prototype มาให้ดูไว ๆ ได้

ตัวอย่างการเขียน PRD ที่ดี (Product Requirements Doc) คือการบอก:

  • สิ่งที่จะสร้าง
  • ทำไมเราถึงสร้างมัน
  • สร้างให้ใคร
  • อะไรอยู่ในขอบเขต / นอกขอบเขต

2. Design (วางโครงสร้าง)

Requirements = สร้างอะไร, Design = สร้างอย่างไร

มันคือขั้นตอนที่บอกว่าเราจะสร้างมันยังไง ต้องตัดสินใจเรื่อง Database, Architecture หรือระบบ Auth ให้ชัดเจน เพราะถ้าพลาดไปแล้วจะแก้ไขยากมาก

อย่าให้ AI ตัดสินใจให้ทั้งหมด เราต้องเป็นคนฟันธงด้วยตัวเอง

3. Plan (หั่นงานเป็นชิ้นเล็ก)

1 งาน ต่อ 1 Agent คือกฎเหล็ก อย่าแค่พิมพ์บอก AI ว่า "สร้างไอ้นี่ให้หน่อย" แต่ให้ซอยงานเป็นข้อ ๆ เช่น:

  • ทำระบบอีเมล
  • ทำ API
  • เขียนเทสต์

ถ้าคิดไม่ออกว่าจะแบ่งงานยังไงดี คุณก็ให้ AI ช่วยลิสต์งานพวกนี้ให้ได้นะ

4. Build (บรีฟให้ชัด ไม่ใช่แค่สั่ง)

AI มันไม่รู้ใจเรา ถ้าไม่มี Context ที่ชัดเจน มันก็จะเดาและทำพลาด เพราะงั้นก่อนจะสร้างอะไร เขียนระบุบริบทให้ดีก่อน

จะได้ไม่มาหัวร้อนสั่ง AI แก้ทีหลัง เปลือง Token แถมงานเสร็จช้าอีก

5. Review (อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ AI)

คือขั้นตอนที่หลายคนชอบข้ามมากที่สุด (อันนี้เอฟก็เป็นบ่อย 5555) คือการใช้โค้ดที่เอไอเขียนมาเลย ไม่สั่งให้มันตรวจโค้ดตัวเองอีกรอบ แถมก็ไม่เคยไปดูด้วยตัวเองสักครั้ง ไม่รู้ว่ามีช่องโหว่หรือลืมทำงานอะไรมั้ย จนสุดท้ายก็มีปัญหาทีหลังจนได้

6. Deploy (ปล่อยของ)

การเอาเว็บหรือแอปขึ้นไปอยู่บนเซิร์ฟเวอร์จริง บางทีมันมีศัพท์เทคนิคที่อ่านแล้วปวดหัวเต็มไปหมด (เช่น พวก CI/CD หรือ Pipeline) เพราะงั้นถ้าเราไม่ถนัด ก็สั่งให้ AI ช่วยอธิบายการตั้งค่า หรือไม่ก็สั่งให้มันพาทำทีละขั้นจนเอาขึ้นระบบให้คนอื่นใช้งานได้จริงเลย (หลัง ๆ พอเอฟเข้าใจแล้วสั่งมันทำให้เลยสบายจัด)

7. Monitor (เฝ้าระวัง)

ซอฟต์แวร์บนระบบจริงพังได้เสมอ เป็นเรื่องปกติ เราต้องมีระบบตรวจ Error และตั้งแจ้งเตือนเอาไว้ จะได้รู้ว่าระบบมีปัญหา ก่อนที่ผู้ใช้งานจะทักมาด่านะครับ 555

สรุปแบบหล่อเท่

ศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่การ Vibe Coding แต่คือการข้ามขั้นตอนการคิด หรือการไม่ยอมคิดเองตั้งแต่แรก

การที่เราจะสั่งเอไอแค่ว่า "สร้างมาให้หน่อย" โดยไม่มีแผน ไม่มีโครงสร้างอะไรเลย สุดท้ายเราก็จะได้โค้ดที่ใช้งานได้ แต่รอวันพัง ไม่รู้จะมี Error โผล่มาวันไหน แถมพังแล้วก็แก้ไม่ได้เพราะเราไม่อ่านโค้ดสักตัว

แต่ถ้าเราทำการบ้านมาดีและทำตามทีละสเต็ป แล้วค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปทีละส่วน สุดท้ายคุณก็จะได้เว็บหรือแอปที่ต้องการ ที่ทั้งมีคุณภาพและเข้าใจมันจริง ๆ ค้าบ

จบแล้วว ชอบเนื้อหานี้กันมั้ย Comment มาพูดคุยกันได้นะ ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้าครับ

เอฟ
เอฟ
@nattphum

บันทึกการเรียนรู้ AI, Automation และการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว