กลับ Blog
Blog Post · Article

ทำไมการขโมย? คือ SKILL ที่ทำให้คุณรอดในยุค AI

ทำไมการขโมย? คือ SKILL ที่ทำให้คุณรอดในยุค AI

ถ้าบอกว่าไอเดียที่ดีที่สุดในโลก มันเกิดมาจากการขโมยทั้งนั้น คุณเชื่อเอฟมั้ย? ถ้ายังไม่เชื่อ เอฟมีตัวอย่างของสองคนเก่งของโลก ที่ขโมยความรู้ของคนอื่นแล้วมาเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ครับ

ขโมยไอเดียให้เป็น

ตัวอย่างแรกคือ Steve Jobs เขาเคยไปนั่งเรียนวิชา Calligraphy ที่สอนเรื่องความสวยงามของตัวอักษรเล่น ๆ โดยไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร จนวันที่เขาสร้าง Macbook ขึ้นมา ฟอนต์สวย ๆ ที่เราเห็นในคอมทุกวันนี้ ก็มีที่มาจากวิชาที่เขาขโมยมาในวันนั้นแหละครับ

สตีฟ จ็อบส์

คนที่สองคือ Elon Musk ตอนสร้าง SpaceX เขาไม่ได้คิดเรื่องจรวดขึ้นมาใหม่จากศูนย์ แต่เขาซื้อตำราวิศวกรรมจรวดของ NASA และโซเวียตมาอ่านทั้งหมด เพื่อขโมยความรู้ที่คนอื่นสะสมมาหลายสิบปี มาใส่ในตัวเองครับ สิ่งที่เขาเพิ่มเข้าไปมีแค่อย่างเดียว คือไอเดียที่ตั้งคำถามว่า "ทำไมจรวดต้องทิ้งทะเลหลังใช้ครั้งเดียว ในเมื่อเครื่องบินมันลงจอดแล้วบินใหม่ได้?" แต่แค่การตั้งคำถามง่าย ๆ ข้อเดียว เอามาผสมกับความรู้เดิม ๆ ของคนอื่น ก็กลายเป็นบริษัทที่เปลี่ยนวงการอวกาศของโลกนี้ได้

อีลอน มัสก์

เพราะงั้นวันนี้เอฟเลยมาแชร์ทักษะการขโมย ที่เอฟได้เรียนรู้มาจากหนังสือที่ชื่อว่า Steal Like an Artist ของคุณ Austin Kleon แล้วเอามาผสมกับประสบการณ์ของเอฟเอง 555 เพราะแบบนั้น มันจะไม่เหมือนต้นฉบับแน่นอน 100% ถ้ารับได้ บวกกับสงสัยแล้วว่ามันจะมีเรื่องอะไรบ้าง ที่เอฟถึงกับบอกว่ามันเป็นสกิลที่จะทำให้คุณรอดในยุค AI ได้ ไปลุยกันเลยค้าบบ

1/10 ไม่มีอะไรใหม่จริงๆ

ทุกสิ่งที่ดูแปลกใหม่ มันเกิดจากของเก่าที่ถูกนำมาผสมกันใหม่ทั้งนั้นเลย สิ่งแปลกใหม่ที่คุณเห็นทุกวัน มันก็แค่การเลียนแบบที่ไม่มีใครจับได้ว่าไอเดียนั้นมีที่มาจากไหน เพราะงั้นเวลาเล่นโซเชียล อย่าแค่เลื่อนดูเฉย ๆ บันทึกไว้ด้วย จะได้มีไอเดียไว้ต่อยอดงานตัวเองได้ แต่เราจะขโมยอะไรดีละ คำตอบอยู่ในข้อถัดไปครับ

2/10 เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวปลอม แต่จบด้วยการเป็นตัวจริง

ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกว่ากลัวที่จะเริ่ม สงสัยในตัวเอง หรือคิดว่ายังรู้ไม่พอ คุณพร้อมแล้วครับ ไปลงมือทำได้เลย!

คิดว่าทำได้ จนกว่าจะทำได้จริงๆ

แต่การแกล้งทำมันจะไม่มีความหมายเลย ถ้าขาดสิ่งในข้อถัดไปนี้ครับ

3/10 เขียนสิ่งที่คุณอยากเห็น สร้างสิ่งที่ตัวเองอยากใช้

สร้างสินค้าที่อยากใช้ วาดภาพที่อยากเห็น ฟังเพลงที่อยากฟัง ลงมือทำทุกสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในโลกครับ เพราะถ้าคุณเองยังไม่อยากใช้ แล้วใครจะอยากใช้ ถูกมั้ยครับ แต่การทำทุกอย่างบนหน้าจออย่างเดียว มันยังเหมือนขาดอะไรบางอย่างอยู่

4/10 ใช้มือตัวเองบ้าง

ถอยออกมาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมที่เราจ้องทุกวัน แล้วลองเอามือมาสัมผัสกับสิ่งที่กำลังจะสร้าง บทความที่คุณกำลังอ่านอยู่ตอนนี้ เอฟเขียนมันลงกระดาษก่อนทุกครั้ง ก่อนจะเอามาทำต่อในคอมให้เสร็จ มันให้ความรู้สึกดีและมีไอเดียมากกว่าตอนพิมพ์ในคอมเยอะมากครับ

เรียงความคิดในกระดาษให้เสร็จก่อน แล้วค่อยใช้คอมทำต่อ

แต่บางทีเราก็จะรู้สึกว่าคิดอะไรไม่ออก 555 ข้อถัดไปช่วยได้แน่นอนครับ

5/10 ปล่อยให้ตัวเองเบื่อบ้าง

ในยุคที่ AI พัฒนาโคตรเร็ว (ใครตามทันนี่เอฟนับถือจริงๆ 555) ถ้ารู้สึกตามโลกไม่ทัน ก็ช่างมันครับ ถอยออกมาทำอย่างอื่นก่อนก็ได้ ออกไปเดินเล่นในสวน ดูนก ดูต้นไม้ ให้เวลาตัวเองได้เบื่อบ้าง เพราะความคิดเจ๋ง ๆ มันมักจะมาในช่วงที่เราเบื่อนี่แหละครับ แต่ความคิดนั้นจะไม่มีค่าเลยถ้าไม่ทำสิ่งในข้อถัดไปด้วย

6/10 ความลับที่ไม่ลับแล้วในการเป็นคนดัง

การจะมีคนติดตามเยอะมีแค่ 2 ขั้นตอนครับ คือสร้างผลงานที่ดีพอ และแบ่งให้คนอื่นดู แต่ต้องทำใจนะครับ ว่าตอนแรกงานจะกากมากๆ (อย่าไปคาดหวังเยอะ เดี๋ยวจะผิดหวัง 555) เพราะงั้นนอกจากรอให้งานเสร็จแล้วค่อยโชว์ ลองแชร์กระบวนการทำงานด้วยครับ ตั้งแต่ไอเดียที่คิด ไปจนถึงวิธีที่ลงมือทำ คนอื่นจะเห็นความสามารถของคุณ และคุณก็อาจได้ความรู้ดี ๆ กลับมาด้วย จะได้ผลมากขึ้น ถ้าทำข้อถัดไปควบคู่กันไปด้วยครับ

7/10 ออกจากบ้าน (หรือสถานที่เดิมๆ)

ลองไปใช้ชีวิตในที่ใหม่ ๆ เจอผู้คนแปลกหน้าบ้างครับ เพราะมันจะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว อย่าปล่อยให้มันสบายจนชินกับการทำอะไรซ้ำ ๆ แต่ถ้าอยากพัฒนาเร็วขึ้น นอกจากสถานที่แล้วยังมีอีกสิ่งที่สำคัญกว่าครับ

8/10 อยู่ใกล้คนเก่งๆ

ในโลกออนไลน์มีคนเก่ง ๆ ให้เราเรียนรู้มากมายครับ ทั้งมุมมองความคิด และวิธีที่เขาลงมือทำบางสิ่ง มีสองคนที่เอฟแนะนำให้ไปติดตามเลยครับ คือพี่ทอย Datarockie และพี่เบ็นซ์ Arnun แค่ตื่นมาอ่านบทความพวกพี่แกทุกเช้า เราก็เป็นคนที่ดีขึ้นได้ง่าย ๆ ทุกวันแล้ว แต่การอ่าน ก็ต้องคู่กับการลงมือทำครับ ข้อถัดไปคือเทคนิคพิเศษใส่ไข่เลย

9/10 ใช้ชีวิตให้โคตรน่าเบื่อ

นี่คือวิธีเดียวที่ทำให้งานเสร็จได้จริง ๆ ครับ (ถ้าใครมีวิธีอื่นบอกเอฟด้วย งานเยอะไม่ไหว ;-;) แต่งานสร้างสรรค์ทุกอย่างมันใช้พลังงานเยอะมากๆ เพราะงั้นดูแลตัวเองด้วยนะครับ หาหมอฟัน กินอาหารตรงเวลา ออกกำลังกาย นอนพักให้พอ เรื่องพื้นฐานที่ทุกคนรู้อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ทำกัน (บางข้อเอฟก็ทำไม่ได้เหมือนกัน 555 อย่างการนอนให้พอเนี่ย) แต่สุดท้ายหลังจากที่อ่านมา 9 ข้อแล้ว ถ้าไม่ทำข้อสุดท้าย ยังไงก็ไม่มีทางรอด ยิ่งในยุค AI ยิ่งไปกันใหญ่เลย

10/10 เลือกว่าจะทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง

ในโลกที่ทุกอย่างเยอะแยะเต็มไปหมด ความคิดว่าตัวเองทำทุกอย่างได้นั้นอันตรายมาก ๆ ไม่ใช่ว่าสกิลเราทำไม่ได้ แต่มันมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและเงินทุนเสมอ และมันก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เลยครับ เพราะถ้าไม่มีข้อจำกัด ก็ไม่มีทางจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ ลองนึกภาพตามเอฟดูนะ การทำธุรกิจด้วยเงินพันล้านแบบไม่จำกัดเวลา กับทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียวไม่มีเงินทุน อันไหนสนุกกว่ากัน (เอฟว่าอย่างหลังครับ 555)

เพราะงั้นข้อจำกัดคือเพื่อนรักเรา ไม่ใช่ศัตรูครับ

สรุปแบบหล่อเท่

Obsidian Graph

ขโมยไอเดียให้เป็น บันทึกทุกอย่างที่เห็น แถมลงมือทำแบบที่ยังรู้สึกไม่พร้อม แชร์กระบวนการด้วยไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ และเลือกข้อจำกัดให้เป็น มันคือทักษะที่จะทำให้รอดในยุค AI ครับ ไม่ใช่โค้ด ไม่ใช่เงินทุน แต่คือการขโมยให้เป็น

ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากได้ความรู้เต็ม ๆ ก็อย่าลืมไปหาซื้อ Steal Like an Artist มาอ่านได้เลยครับ ในเล่มจริงมีอีกล้านอย่างที่เอฟไม่ได้เอามาเล่าให้ฟัง

แถมมม

แอป Raindrop

แอปที่เอฟชอบเอาไว้บันทึกไอเดียตามในข้อ 1 คือ Raindrop มันเป็น Bookmark ที่ใช้ง่าย แถมฟรีอีกด้วย! ใครที่ชอบแชร์โพสต์ลงในกลุ่มไลน์ที่มีตัวเองอยู่คนเดียวแบบเอฟ ลองเอาไปใช้ดูได้เลย เอฟแปะลิงก์ไว้ให้ใน Comment ไปโหลดมาเล่นกันด้วยนะค้าบ (ปล. ไม่ใช่ลิ้งค์ Affiliate อะไรทั้งนั้น สบายใจได้เลย 👇👇)

เอฟ
เอฟ
@nattphum

บันทึกการเรียนรู้ AI, Automation และการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว