เมื่อใครๆ ก็สร้างแอปได้ด้วย AI Product แบบไหนถึงจะอยู่รอด
มีใครสงสัยมั้ยว่าในยุค AI อะไรคือจุดแตกต่าง ที่ทำให้แอปที่เราสร้างมีผู้ใช้งานถึงหลักล้านคนได้
ยิ่งในช่วงนี้เอไอเก่งขึ้นมาก จนใคร ๆ ก็สามารถเสกแอปได้ในวันเดียว
วันนี้เอฟจะพามาแกะเบื้องหลังแอปการเงินยอดนิยม ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่แอปธรรมดาที่สวยเฉย ๆ แต่เป็นแอปที่แก้ปัญหาผู้ใช้งานได้จริง อย่าง MAKE by KBank ครับ
ใครจะใช้ AI สร้างขึ้นมาสู้ เอฟบอกเลยว่ายากมาก ๆ ถ้าไม่รู้เรื่องนี้
1. เป้าหมายคือการแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่เพราะเงิน
จุดเริ่มต้นของ Make ได้เกิดขึ้นมาเพื่อเป้าหมายที่จะทำกำไรให้ได้เยอะ ๆ แต่เป็นแค่การตั้งใจ ที่จะทำเพื่อผู้ใช้งานจริง ๆ
เพราะตอนนั้นแอปการเงินต่าง ๆ ในตลาด มีแต่แอปที่จริงจัง ๆ สุขุมดูเข้าถึงได้ยาก ถ้าเปรียบเทียบเป็นคน ก็คงเป็นผู้ชายใส่สูทเนี๊ยบ ๆ ถ้าเราเป็นวัยรุ่นหรือคนธรรมดาทั่วไป ก็อาจจะทำให้ไม่อยากเข้าหาได้
แต่ในชีวิตประจำวัน เรื่องเงินบางทีมันก็เป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างการหารค่าข้าวเย็นกับเพื่อนหลังเลิกงาน ยืมเงิน ออกเงินให้ก่อนง่าย ๆ ไม่ได้ทำสัญญาอะไรจริงจัง
เพราะงั้น Make เลยจับเอาความเป็นมนุษย์ธรรมดา มาผสมเข้าไปใน Mobile Banking เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ ที่ต้องการแอปที่ใช้งานง่าย ๆ สะดวก รวดเร็ว และที่สำคัญต้องสวยงามด้วย
แต่จะเร็ว สะดวกแค่ไหน ถ้าไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ยังไงก็ไม่มีใครใช้ถูกมั้ยครับ เพราะงั้น Make เลยทำสิ่งนี้ด้วย
2. ฟีเจอร์ที่ใช่ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
การที่จะพัฒนาฟีเจอร์ขึ้นมา Make ไม่ได้นั่งสุ่มเอานะครับ แต่เขาใช้การ Research ข้อมูลเพื่อหาปัญหาจริง ๆ ของผู้ใช้ และนำมาพัฒนาเป็น 3 ฟีเจอร์หลักที่เปิดตัวในตอนแรก
- Cloud Pocket : มาจากพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ชอบสมัครหลาย ๆ บัญชี เพื่อเอาไว้เก็บเงินหรือซื้อของที่อยากได้ แต่บางคนก็ขี้เกียจไปเปิดบัญชีให้วุ่นวาย เลยใช้งานรวมกันในบัญชีเดียว จนสุดท้ายก้ไม่ได้จัดการเงินที่ดี เพราะงั้น Make เลยแก้ปัญหาด้วยการออกฟีเจอร์นี้มา ทำให้ผู้ใช้สามารถแบ่งกระเป๋าต่าง ๆ ได้ ทั้งเงินเก็บ เงินไปเที่ยว ที่สำคัญดึงเพื่อนเข้ามาได้อีกต่างหาก ฟิลเหมือนดึงเพื่อนเข้าไลน์กลุ่มเลย จาก Mobile Banking ธรรมดา Make ทำตัวเป็น Social Banking ไปแล้ว
- Pop Pay : พัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้ ใช้งานสะดวกมากขึ้น จากปกติเราตั้งเปิด QR Code โอนเงินกัน ตอนนี้แค่แตะโปรไฟล์เพื่อนก็โอนเงินได้แล้ว
- Chat Banking : มีใครปวดหัวกับการไปหาสลิปที่โอนจ่ายเงินให้เพื่อนบ้างมั้ยครับ แต่ด้วยฟีเจอร์นี้การดูประวัติโอนเงินก้เป้นเรื่องง่าย ๆ เหมือนการคุยแชทกับเพื่อน ข้อมูลทั้งสลิป วันที่ ชื่อคนที่โอนก็ดูได้ง่าย
3. เปิดใช้งานจริงเพื่อเก็บ Feedback
หลาย ๆ คนเวลาทำแอปเสร็จก็จะคิดว่าสิ่งที่เราสร้างมามันเจ๋ง ๆ แต่สุดท้ายก้ไม่มีคนใช้ เพราะเราไม่เคยไปถามผู้ใช้งานจริง ว่าเขาชอบรึป่าว
อย่างตอนแรก Make ก็ตั้งใจสร้างมาเพื่อเป้นแอปการเงินคนรุ่นใหม่ แต่พอทำการตลาดออกไปก็ไม่มีใครมาใช้งาน
ก็เลยลองใช้งานเองจริง ๆ และโชว์ผลลัพธ์ที่ทำได้ อย่างการแบ่งกระเป๋าเงินด้วย Cloud Pocket ลงใน FB ส่วนตัวจนโพสต์นั้น Viral มีคนมาใช้งานมากขึ้น
4. เชื่อมั่นในสินค้าที่ตัวเองสร้าง
หลาย ๆ ครั้งเวลาเราทุ่มเทสร้างบางสิ่งขึ้นมา มันไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1-2 วัน แต่มันใช้เป็นปี
การเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองสร้าง ความมั่นใจว่ามันช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น ๆ ได้จริง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ
เพราะถ้าขาดข้อนี้ต่อให้ไอเดียหรือ Product จะดียังไง สุดท้ายก็ได้ล้มเลิกเพราะทนกับอุปสรรคไม่ได้อยู่ดีครับ
5. วัมนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์
ถ้าอยากสร้างสินค้าใหม่ ๆ เพื่อกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่ยังไม่มีใครในประเทศสร้าง เป้าหมายแรกคงไม่ใช่เรื่องของเงิน
และ Mindset ของผู้บริหารต้องเชื่อใจพนักงาน พร้อมให้โอกาสในการเรียนรู้และลงมือทำ ที่สำคัญสภาพแวดล้อม เงินทุนในกระบวนการภายใน ก็ต้องเอื้อให้เหล่าคนรุ่นใหม่กล้าคิดและกล้าฝันด้วย
ยิ่งในยุคนี้ที่มี AI มาช่วยขยายความสามารถ ยิ่งมีเป้าหมายที่ถูกต้อง มีหัวหน้าที่เข้าใจ และมีเงินทุนให้ลองผิดลองถูก ยังไงเราก็สร้างนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบที่ Make ทำได้แน่นอนครับ
สรุปแบบหล่อเท่
กว่า Product นึงจะปังได้ เบื้องหลังมันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดครับ
ทั้งเป้าหมายของสิ่งที่จะสร้าง ปัญหาภายนอกอย่างการทำแอปให้เติบโจทย์ผู้ใช้งาน ปัญหาภายในอย่างการสื่อสารให้ผู้บริหารเข้าใจว่าเรากำลังอะไรอยู่
ที่สำคัญกำลังใจของคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน