ถ้าอดีตช่างภาพที่หาเงินได้ 16 ล้าน จากการขาย E-Book แค่เล่มเดียว
ฉันทำเงินได้ 16,000,000 บาท จากการขาย E-book เล่มเล็ก ๆ ราคาพันกว่าบาท โดยที่ไม่ได้มีผู้ติดตามเยอะ และไม่ได้เสียเงินยิงโฆษณา นี่คือคำพูดของคุณ Molly Keyser ผู้หญิงที่พลิกชีวิตจากอาชีพช่างภาพ
ทื่มีงานเยอะจนเริ่มเหนื่อยกับชีวิต สู่การทำสินค้าแบบดิจิทัล เพราะไม่อยากไปถ่ายคลิปเต้นลง Tiktok และไม่ชอบที่จะโทรไปขายของกับลูกค้า ซึ่งถ้าคุณอยากหาเงินจากโลกออนไลน์ แต่ไม่ชอบทำคลิปขายของแบบ Hard Sell
หรือกำลังอยากเริ่มต้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหน ลองมาดูเนื้อหาในวันนี้ ที่เอฟเอามาฝากได้เลยค้าบ
1. รายได้ดีแต่ชีวิตไม่ไปไหน
คุณ Molly ได้เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำสินค้าดิจิทัล ชีวิตเธอภายนอกดูเป็นคน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีทั้งสตูดิโอถ่ายภาพ ที่ทำเงินดี แต่ปัญหาคือ รายได้ทั้งหมด ผูกกับเวลาของตัวเธอเอง ยิ่งรับงานมากก็ยิ่งเหนื่อยมาก
พอยิ่งยุ่งก็ยิ่งหมดแรง ซึ่งสิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ ตอนนั้น ไม่ได้มีแค่เงินเพิ่ม แต่คืออิสระมากขึ้น อยากเดินทาง อยากมีเวลาให้ครอบครัว และเพื่อน ๆ แต่ตารางชีวิตก็แน่นเกิน จนไม่มีที่ว่างเหลือให้ใครเลย
เพราะงั้นนี่เลยเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เธอหันกลับมาถามตัวเอง จะเอาเวลาทั้งหมดไปแลกกับเงินต่อไป หรือจะลองอะไรใหม่ ๆ ที่ต่างออกไปดู
2. ทำไมต้องทำสินค้าดิจิทัล
คุณ Molly ได้ยินเรื่องการทำ digital products ในงานสัมมนาธุรกิจ แล้วเธอก็สนใจ เพราะมันเป็นโมเดลที่แตกต่าง จากงานบริการอย่างชัดเจน เพราะมันมันเรียบง่าย ต้นทุนต่ำ สร้างครั้งเดียว ขายซ้ำได้ตลอดไป
ไม่ต้องสต็อกของ ส่งง่าย ที่สำคัญคือ อิสระภาพในชีวิต ไม่ต้องเอาเวลาไปแลกเงินทุกครั้ง
3. อย่าคิดเอาเองว่าคนอื่นจะอยากได้
ช่วงเริ่มต้นที่คุณ Molly ทำสินค้าออกมาขาย เธอสร้าง E-book เกี่ยวกับ การโพสท่าสำหรับการถ่ายรูป เพราะเธอเป็นช่างถ่ายรูปมาก่อน ยังไงคนที่มาติดตาม ก็น่าจะสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายรูปสิ
ซึ่งตอนนี้มันทำเงินไม่ได้เลย จนเธอเริ่มคิดไปว่า การทำ digital products มันทำได้แค่ในทฤษฎี แต่แทนที่จะเลิกทำไปเลย เธอกลับเลือกที่จะลองใหม่อีกครั้ง รอบนี้เธอไม่ได้คิดเอาเองว่า ลูกค้าของเธอจะอยากได้อะไร
แต่เธอทำแบบฟอร์มแล้วถามผ่านทางอีเมล ให้กับคนประมาณ 200 คน ซึ่งก็เป็นการถามง่าย ๆ ว่า ตอนนี้พวกเขามีปัญหาอะไรอยู่ แล้วต้องการให้เธอช่วยอะไรมั้ย คำตอบที่ได้กลับมาชัดเจนมาก คนที่ติดตามเธอไม่ได้อยากเรียนรู้
เกี่ยวกับการโพสท่าถ่ายรูปเลย แต่พวกเขาสนใจวิธีการหาลูกค้าต่างหาก เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอสามารถ ทำสินค้าออกมาตรงใจลูกค้าได้สำเร็จ หรือที่นักการตลาดเรียกว่า product market fit
4. ของที่ขายได้วันนี้ ต้องเป็นสิ่งที่ AI แทนไม่ได้
หลังจากที่รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร คุณ Molly ก็นำไปสร้างเป็นสินค้า และทำเงินให้เธอได้หลายหมื่นดอลลาร์ ทั้งที่มันเป็นแค่ E-book หนา 13 หน้าถ้วน สอนว่าเธอใช้วิธีอะไรในการหาลูกค้า เพื่อมาถ่ายภาพจริง ๆ
ซึ่งจุดที่น่าสนใจมาก ๆ คือ สิ่งที่ทำให้สินค้าขายดีได้ มันไม่ใช่ความหนา ไม่ใช่โชคดี แต่เป็นเพราะเธอสามารถ แก้ปัญหาที่คนอื่นต้องการได้สำเร็จ พอคนซื้อไปแล้วได้ผลลัพธ์ดี ก็เกิดการบอกต่อ แชร์ และรีวิวตามมา
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ AI หรือข้อมูลใน Google ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้ได้ เพราะงั้นถ้าวันนี้คุณอยากสร้างสินคา้ มาขายบ้าง สิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่การนำความรู้ทั่ว ๆ ไป หรือ Template ง่าย ๆ ที่ให้ AI สร้างให้ก็ได้มาขาย
แต่เป็นการสร้างสินค้าที่มาจากความรู้ และประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อขายวิธีคิด วิธีทำ และเส้นทางลัดให้ลูกค้าแทน สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ และนี่แหละครับมันคือส่วน ที่ทำให้ digital products ยังมีคุณค่า
และคนอื่นยอมจ่ายเงินให้ ในโลกที่มี AI โมเดลเก่ง ๆ มากมาย
5. ถ้าต้องเริ่มต้นใหม่วันนี้ จะทำยังไง?
- เลือก niche จากสิ่งที่คุณรู้จริง
เริ่มจากสังเกตว่าเรื่องอะไรบ้าง ที่คนอื่นชอบมาขอให้คุณช่วย หรือคุณเคยแก้ปัญหาอะไร ให้ตัวเองได้สำเร็จในอดีต
- ลงวิดีโอ YouTube ทุกสัปดาห์
คุณ Molly คิดว่า YouTube คือแพตฟอร์มที่ดีที่สุดหรับการหาลูกค้า และปิดการขายสินค้าดิจิทัล แต่ไม่ใช่เพราะมันง่ายกว่าที่อื่น แต่เพราะคอนเทนต์มีอายุยาว สามาถค้นหาและสร้างความเชื่อใจ
ได้มากกว่าแพลตฟอร์มอื่นที่วิ่งตามกระแส ซึ่งถ้าคนที่เริ่มจากศูนย์เธอให้ข้อคิดว่า ใคร ๆ ก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกัน ไม่มีหรอกอยู่ดี ๆ จะมีผู้ติดตามเยอะเลย เพราะงั้นสิ่งที่ต้องทำคือเริ่มโพสต์ก่อน
- สร้างของแจกฟรี
เป็นอะไรก็ได้ที่สั้น กระชับ และช่วยให้คนอื่นได้ผลลัพธ์เล็ก ๆ และเร็วพอที่ทำให้เขารู้สึกว่า คุณน่าจะช่วยเขาได้จริง ซึ่งสามารถ AI ช่วยคิดไอเดีย หรือร่างเนื้อหา ก่อนที่จะเกลา เพื่อให้การเป็นสไตล์ของคุณ
- ส่งแบบสอบถาม
หลังจากที่มีคนสนใจของแจกฟรี ก็ให้เก็บอีเมลหรือช่องทางติดต่อไว้ เพื่อที่คุณจะสามารถพูดคุย และสอบถามถึงปัญหาถึงกลุ่มคน ที่กำลังติดตามคุณอยู่ จะได้รู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่คุณสามารถช่วยเขาได้ และทำเงินให้กับคุณ
- พรีเซลก่อนสร้างจริง
เป็นข้อที่คุณ Molly ย้ำมาก ๆ เพราะแทนที่จะเสียเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อสร้างสินค้าที่ไม่มีใครอยากได้ หรือเขาแค่สนใจแต่ไม่ได้อยากซื้อ ก็ให้เปิดพรีออเดอร์ไปเลย และบอกว่าเขาจะได้รับอะไรบ้าง
ราคาเท่าไหร่และจะได้ของวันไหน ถ้ามีคนซื้อ แปลว่าคุณมาถูกทาง เจอปัญหาทีทมีคนยอมจ่ายเงิน ค่อยทำต่อให้เสร็จจริง แต่ถ้าไม่มีคนซื้อ ก็ดีแล้ว คุณจะประหยัดเวลาชีวิตไปเยอะมาก ๆ เอาเวลาที่ได้คืนมาไปหาไอเดีย
ปัญหาที่คนยอมจ่ายเงินใหม่แทน
สรุปแบบหล่อเท่
คุณไม่ต้องรอให้ดังก่อนถึงจะเริ่มได้ คุณไม่ควรสร้างสินค้าจาการเดาเองล้วน ๆ คุณไม่ต้องทำสินค้าก่อนแล้วค่อยขาย นี่คือข้อคิดดี ๆ ที่ได้จากเรื่องราว ของคุณ Molly Keyser ครับ และมีอีกหนึ่งข้อที่เอฟฟังแล้วชอบมาก
คือคุณไม่ต้องขาย E-Book หรือ สินค้า digital products ก็ได้นะ ถ้าไม่อยากทำ ก็ไม่ต้องทำ ในโลกนี้มันมีอีกหลายอย่างให้คุณเลือกทำ อย่าไปทำเพียงเพราะคนอื่นทำแล้วรวย ทุกคนมีทางเดินเป็นของตัวเองครับ : )
แต่ถ้าคุณอยากที่จะเริ่มต้น ในเส้นทางของการทำธุรกิจ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ไถฟีดไปทีก็เจอคนบอกให้ใช้ AI ไถไปอีกนิดก็เจอคนบอก ให้ไปทำคลิปสั้น เอฟเลยทำคู่มือสั้น ๆ ที่รวบรวม ชุดความรู้ที่คุณสามารถใช้เป็นทางลัด
ในการหาเงิน 1 หมื่นบาทแรก จากโลกออนไลน์ไว้แล้วครับ ซึ่งสรุปมาจากประสบการณ์ และไปลงเรียนคอร์สมากมาย มาใส่ไว้ในราคาเท่าชาบูหม้อเดียว แถมมีสกิล AI ไว้เขียน Offer อีก
ถ้าสนใจ ดูรายละเอียด OPB's Missing Manual ที่นี่ ใครอยากดูคลิปต้นฉบับ ดูได้ที่นี่ ครับ