เอฟจะเป็นคนรวย

เลิกงงในดง AI สรุป 10 คำศัพท์ ChatGPT Work ที่มือใหม่ต้องรู้

  • AI
  • ChatGPT
  • มือใหม่
  • Productivity
ปกบทความ เลิกงงในดง AI สรุป 10 คำศัพท์ ChatGPT Work ที่มือใหม่ต้องรู้

เคยสงสัยกันมั้ยว่า ChatGPT Work กับ ChatGPT ธรรมดามันแตกต่างกันยังไง? ถ้าใช้แล้วชีวิตมันจะง่ายขึ้น มีเวลามากขึ้นไหม? และที่สำคัญ มันคุ้มค่ากับเงิน 20 เหรียญที่เราต้องจ่ายไปทุกเดือนหรือป่าว?

วันนี้เอฟเลยสรุป 10 คำศัพท์และฟีเจอร์ของ ChatGPT Work มาให้อ่านกันแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ จะมีเนื้อหาอะไรบ้าง มาลุยกันเลยย

1. ChatGPT Work VS ChatGPT

ถ้าเป็นโหมด Chat ธรรมดา มันจะทำได้แค่ถามตอบ แต่ถ้าเราเลือกโหมด Work มันจะสามารถ ทำงานให้เราได้จริง ๆ เช่น การสร้างไฟล์ PDF หรือแก้ไขไฟล์ในเครื่องของเราได้เลย

2. โมเดล GPT 5.6 เลือกยังไง?

พอเข้าโหมด Work จะมีโมเดลให้เลือก 3 โมเดล

  • Sol ตัวที่เก่งที่สุด เหมาะกับงานที่ต้องคิดซับซ้อน
  • Terra เอาไว้ใช้สำหรับการทำงานทั่ว ๆ ไป
  • Luna เร็วสุด เหมาะกับงานที่มีขั้นตอนซ้ำ ๆ แต่ต้องทำเยอะ

3. Effort & Speed

อันนี้คือการเลือกระดับความคิดของ AI อยากให้มันคิดซับซ้อนแค่ไหน ปรับได้เลย

เอฟแนะนำว่าถ้าใช้ตัว Sol ปรับแค่ Medium หรือ High ก็พอ ส่วน Speed ตั้งเป็น Standard มันก็ทำงานเร็วมากแล้วครับ ไม่ต้องไปตั้ง Fast ให้เปลืองโทเคนเล่น

4. Plugin

นี่คือฟีเจอร์เปลี่ยนเกมที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นครับ เพราะมันสามารถเชื่อมต่อแอปอื่น ๆ เช่น Google Drive, Gmail หรือแอปอื่น ๆ อีกเป็นพันแอป ดึงทุกอย่างให้มารวมอยู่ใน AI Agent อย่าง ChatGPT Work เจ้าเดียวได้เลย

ทีนี้ก็ไม่ต้องมานั่งก๊อปข้อมูลไปมาระหว่างแอปให้เสียเวลาการทำงานแล้ว

5. สิทธิ์การทำงาน

ตอนใช้ AI Agent จะขอสิทธิ์เข้าถึงไฟล์เรา ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 3 ระดับ

  • Ask for approval AI จะถามเราก่อนแก้ไขไฟล์ทุกครั้ง
  • Approve for me AI จัดการให้เลยโดยไม่ต้องถาม
  • Full Access ปล่อยให้ AI ลุยเต็มที่ ไม่ถามอะไรทั้งนั้น

ถ้าพึ่งเริ่มใช้งาน ตั้งแค่ระดับ 1 หรือ 2 ก็พอ ส่วนใครเซียนแล้วจะตั้ง Full Access ก็ตามสบายค้าบบ

6. Schedule Task

ใครมีงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ทุกอาทิตย์หรือทุกเดือน เราสามารถสั่งให้ AI ทำงานให้แบบออโต้ได้เลย พอถึงเวลาที่ตั้งไว้ มันก็จะรันงานให้เราทันที ประหยัดเวลาชีวิตไปได้เยอะมาก ๆ

วิธีการตั้งค่าก็ทำได้ง่าย ๆ กดไปที่แถบ Schedule แถวบนซ้ายในแอป หรือจะพิมพ์บอก AI ให้ตั้งให้เลยก็ได้ เช่น

"ทุกวันจันทร์ตอน 9 โมง ดึงอีเมลมาสรุปให้หน่อย พร้อมเรียงลำดับความสำคัญของงาน"

7. Browser

ใน ChatGPT Work เราสามารถเปิด Browser ขึ้นมาได้เลย ข้อดีนอกจากไม่ต้องเสียเวลาสลับหน้าจอ คือ AI จะเข้าใจบริบทที่เราเปิดอยู่ด้วย

อยากรู้หรืออยากแก้ไขไฟล์ตรงไหน ก็แค่เปิดไฟล์นั้นใน Browser แล้วใช้ Annotating พิมพ์บอกได้เลย

8. Skill

ใครที่เบื่อทุกครั้งเวลาสั่งให้ AI ทำงานแล้วผลงานที่ได้ออกมาห่วยสุด ๆ ลองมาใช้สิ่งที่เรียกว่า สกิล ดูครับ

ถ้าให้เอฟสรุปง่าย ๆ มันก็เหมือนกับสูตรทำอาหารที่ AI จะอ่านทุกครั้งก่อนทำงาน ต่อให้ AI ไม่เคยทำอาหารมาก่อน พอมีคู่มือที่บอกขั้นตอนไว้ละเอียดแล้ว มันก็ทำอาหารออกมาได้อร่อยเท่ากับเชฟมือโปร

ซึ่งงานอื่น ๆ เช่น ทำเว็บไซต์ สร้างสไลด์ หรือวิเคราะห์ข้อมูล ก็สามารถสร้างสกิลให้เอไอไว้ใช้ได้เหมือนกันครับ

9. Sites

ปกติเวลาให้ AI เขียนเว็บให้ เราต้องไปหาที่ฝากไฟล์โฮสติ้งข้างนอก เช่น Netlify หรือ Vercel

แต่ในโหมด Sites เราสามารถให้ ChatGPT โฮสต์เว็บไซต์ให้เราจบในตัวได้เลย แถมกดแชร์ลิงก์ส่งให้เพื่อนเข้าไปดูได้ทันที

10. Run on your computer

ฟีเจอร์นี้มีไว้กำหนดว่าข้อมูลที่เราคุยจะถูกเก็บไว้ที่ไหน ถ้าเราเลือกตัวนี้ แชททั้งหมดจะถูกเปิดใช้งานและเก็บไว้เฉพาะในคอมพิวเตอร์ของเรา ถ้าไปเปิด ChatGPT Work ในเว็บเบราว์เซอร์ก็จะไม่เห็นประวัติแชทพวกนี้นะ

แต่ถ้าอยากให้แชทไปทำงานบน Cloud จะได้เปิดทำงานต่อในมือถือหรือเว็บ Browser ได้ ต้องเลือกเป็น Cloud ด้วย ข้อเสียคือพอมันไปทำงานบน Cloud แล้ว AI จะเข้าถึงไฟล์บนคอมพิวเตอร์ของเราไม่ได้

อันนี้เอฟเอามาบอกไว้ เผื่อบางคนสงสัยว่าแชทที่เคยคุยไว้ในคอมตัวเองมันหายไปไหน

สรุปแบบหล่อเท่

เคล็ดลับในการใช้ AI ให้คุ้มค่า ไม่ใช่การตามหาโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดมาใช้ แต่คือการรู้ว่างานไหนที่คุณควรโยนให้ AI ทำแทน

และยิ่งถ้างานนั้นมันน่าเบื่อ แถมต้องทำซ้ำ ๆ ทุกวันเป็นรูปแบบเดิม ๆ การยอมจ่าย 20 เหรียญให้ ChatGPT Work แล้วเอาเวลาไปพักผ่อนหรือทำงานอื่นที่สำคัญกว่า มันอาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดเลยก็ได้ครับ